
Mindset
28 สิ่งที่ทำแล้วจะจนตลอดชีวิต (จาก Alex Hormozi)
คุณไม่ได้จนเพราะโชคร้าย — Hormozi รวบรวม 28 นิสัยที่ทำให้คนทำงานหนักแต่ยังอยู่ที่เดิม และทุกข้อมีชื่อของคุณอยู่ในนั้นอย่างน้อย 1 ข้อ
Alex Hormozi เจ้าของธุรกิจพอร์ตโฟลิโอมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ ได้รวบรวม 28 พฤติกรรมที่เขาสังเกตเห็นในคนที่ทำงานหนักแต่ไม่เคยก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองได้ บทความนี้ไม่ใช่คำเตือนให้กลัว แต่คือกระจกที่ให้คุณมองเห็นตัวเองชัดขึ้น
28 สิ่งที่ต้องหยุดทำ 🚫
เริ่มพรุ่งนี้
ทุกอย่างต้องรอพรุ่งนี้เสมอ ทั้งที่ทุกวันที่รอคือวันที่คู่แข่งเดินหน้าไปแล้ว ถ้าคุณรอจนพร้อม 100% คุณจะไม่มีวันเริ่ม เพราะ "พร้อม" ไม่มีวันมาถึงด้วยตัวมันเอง
อ่านหนังสือ แล้วไม่ทำอะไร
สะสม knowledge แต่ไม่ลงมือ การรู้โดยไม่ทำเท่ากับไม่รู้ เป็น comfort zone ที่รู้สึกเหมือนกำลังพัฒนาตัวเอง แต่จริงๆ แล้วแค่ยืนอยู่ที่เดิม
รับคำแนะนำจากคนจนว่าจะรวยได้อย่างไร
ฟังคนที่ไม่เคยอยู่ในจุดที่คุณอยากไปถึง Hormozi บอกว่า ถ้าคุณอยากรู้วิธีลดน้ำหนัก อย่าถามคนอ้วน ถ้าอยากรู้วิธีรวย อย่าถามคนจน
เลือกคู่ชีวิตที่ทำให้รู้สึกผิดที่ทำงานหนัก
คู่ชีวิตคือ force multiplier ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผู้ประกอบการ หรือ destroyer ที่ร้ายแรงที่สุด คนที่อยู่ข้างคุณมีผลต่อเพดานที่คุณจะไปได้มากกว่าที่คิด
ล้มครั้งเดียว หยุดตลอดกาล
ให้ความล้มเหลวหนึ่งครั้งเป็นเหตุผลที่จะไม่ลองอีกเลย ทุกคนที่ประสบความสำเร็จล้วนเคยล้มเหลวมาก่อน ความแตกต่างอยู่ที่พวกเขาลุกขึ้นมาใหม่
คิดว่าโลกนี้ยุติธรรม
รอให้สิ่งที่ "ควรจะเป็น" เกิดขึ้นเองโดยไม่ทำอะไร โลกไม่ได้ให้รางวัลคนที่ทำงานหนักที่สุด แต่ให้รางวัลคนที่สร้างคุณค่าได้มากที่สุด
โทษสภาพแวดล้อม
โทษพ่อแม่ รัฐบาล เศรษฐกิจ ทุกอย่างยกเว้นตัวเอง การโทษสิ่งภายนอกทำให้รู้สึกดีชั่วคราว แต่มันปลดปล่อยอำนาจในชีวิตออกไปจากมือคุณ
บ่น
ใช้พลังงานกับการบ่นแต่ไม่แก้ปัญหา บ่นแล้วก็จบ ไม่มีอะไรเปลี่ยน นอกจากอารมณ์ของคนรอบข้างที่แย่ลง
รอให้รัฐบาลมาช่วย
มอบอำนาจในชีวิตตัวเองให้คนอื่น แล้วนั่งรอ ระบบไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำให้คุณรวย มันออกแบบมาเพื่อให้ทุกอย่างทำงานต่อไปได้
ให้ความสำคัญกับความเห็นคนอื่นมากกว่าความเห็นตัวเอง
ตัดสินใจตาม feedback ของคนที่ไม่มีผลแพ้ชนะจากทางเลือกของคุณ นั่นคือข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพ เพราะคนที่แนะนำคุณไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์
หลีกเลี่ยงความไม่สบาย
ทุกอย่างที่ยากคือสัญญาณให้ถอย ความสบายคือศัตรูของการเติบโต ทุก trait ที่คุณอยากมีมีราคา และราคานั้นคือการนั่งอยู่กับความไม่สบาย
ยอมรับความธรรมดา
tolerate mediocrity ทั้งในตัวเองและคนรอบข้าง มาตรฐานที่คุณยอมรับได้คือเพดานที่คุณจะไปถึง
สัญญาแล้วก็ผิดสัญญา
ทำให้คนไม่เชื่อใจ แล้วสงสัยว่าทำไมไม่มีใครร่วมงานด้วย ความน่าเชื่อถือสร้างยาก แต่ทำลายง่ายมาก
รอให้เงื่อนไขสมบูรณ์ก่อน
รอจนพร้อม 100% ซึ่งไม่มีวันมาถึง Action creates clarity ไม่ใช่ clarity creates action
ให้ความสำคัญกับ "ดูรวย" มากกว่า "รวยจริง"
ซื้อของแพงเพื่อ impress คนที่คุณไม่ชอบ ด้วยเงินที่ไม่มี เพื่อ lifestyle ที่ไม่ได้ทำให้มีความสุขขึ้น
หลีกเลี่ยงงานที่สำคัญที่สุด
ทำแต่งานที่ง่ายและสบาย แทนที่จะทำสิ่งที่ move the needle จริงๆ งานที่สำคัญมักไม่ urgent แต่มันคือสิ่งที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต
พูดว่าจะทำ แล้วไม่ทำ
over-promise, under-deliver ทำซ้ำจนกลายเป็นนิสัย reputation เป็นสิ่งที่คนอื่นจำเกี่ยวกับคุณ ไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดเกี่ยวกับตัวเอง
ทำในสิ่งที่ทุกคนทำ
ถ้าทำเหมือนกันทุกคน ผลลัพธ์ก็จะเหมือนกันทุกคน average inputs = average outputs ไม่มีทางรอด
"ทำดีที่สุด" ไม่ใช่ "ทำสิ่งที่ต้องทำ"
สองอย่างนี้ต่างกันคนละขั้ว นักวิ่งที่บอกว่าวิ่งดีที่สุดแล้วแต่ไม่ถึงเส้นชัยก็ยังแพ้อยู่ดี คำถามที่ถูกคือ "สิ่งที่ต้องทำคืออะไร" ไม่ใช่ "ฉันพยายามพอไหม"
พูดมาก ทำน้อย
ใช้เวลาอธิบายแผนมากกว่าเวลาลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จพูดน้อยแต่ทำมาก คนที่ไม่ประสบความสำเร็จทำน้อยแต่พูดมาก
เริ่มสิ่งใหม่วันนี้ เริ่มสิ่งใหม่อีกอย่างพรุ่งนี้ วนซ้ำ
ไม่มีอะไรเสร็จสักอย่าง เพราะมัวแต่เริ่มใหม่ตลอด Consistency ชนะ creativity ในระยะยาวเสมอ
เชื่อในสิ่งที่คนอื่นคิดถึงคุณ มากกว่าสิ่งที่คุณคิดถึงตัวเอง
ปล่อยให้ความเห็นภายนอกกำหนดว่าคุณเป็นใคร และจะไปถึงไหน คนที่สำเร็จส่วนใหญ่เคยถูกบอกว่า "ทำไม่ได้" มาก่อนทั้งนั้น
ทำผิดซ้ำในแบบเดิม
ถ้าอะไรไม่ work อย่าเพิ่งเลิก แต่ต้องทดสอบ variation ใหม่ อย่า "ทำไปงั้น" โดยไม่เรียนรู้จากผลลัพธ์ ความแตกต่างระหว่าง perseverance กับ stupidity คือการปรับตัว
ทำตัวให้แทนที่ได้ง่าย
ไม่เคยถามว่า edge ของตัวเองคืออะไร คนที่แทนที่ไม่ได้คือคนที่สื่อสารได้ดี มีระเบียบ และทำให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ถ้าคุณทำได้แบบเดียวกับทุกคน คุณก็มีราคาแบบเดียวกับทุกคน
เจอสิ่งที่ได้ผล แล้วหยุดทำมัน
ทิ้ง system ที่ work เพื่อไปหาอะไรใหม่กว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดกลยุทธ์ที่ดี แต่ขาดความสม่ำเสมอในการทำกลยุทธ์ที่มีอยู่แล้ว
จ้างคนไม่เก่ง
ประหยัดเงินตอนจ้าง แต่แพงกว่ามากตอนแก้ปัญหาที่ตามมา Team เป็น reflection ของมาตรฐานที่ผู้นำยอมรับ
สมมติว่าตัวเองถูกเสมอ
ไม่รับ feedback ไม่อัปเดต ไม่เติบโต ห้องที่ฉลาดที่สุดในห้องมักเป็นห้องที่หยุดเรียนรู้แล้ว
หาเงินได้ แล้วใช้เงินมากกว่าที่หาได้
ใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยรู้ว่าติดหนี้คนอื่นก่อนที่จะได้จ่ายตัวเอง Hormozi บอกว่า wealth = income - expenses และสมการนี้ไม่มีทางโกงได้
Hormozi ปิดท้าย thread นี้ไว้ว่า "Want to guarantee success? Do the opposite." — คุณไม่ได้จนเพราะโชคร้าย คุณจนเพราะกำลังเลือกที่จะจนอยู่ทุกวัน โดยไม่รู้ตัว แต่ถ้ารู้แล้ว คุณก็เลือกเปลี่ยนได้เช่นกัน เริ่มจากข้อเดียวก่อน แล้วค่อยๆ เดินหน้าต่อ
