กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
กฎ 10 ข้อที่จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น (จาก Ali Abdaal)

Mindset

กฎ 10 ข้อที่จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น (จาก Ali Abdaal)

เผยแพร่ 9 เม.ย. 2569· 7 นาที

จากคนไดโซเชียลสู่ 'นักอ่าน' ตัวจริง — Ali Abdaal รวบรวม 10 เทคนิคปรับวิธีคิดและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างตัวตน 'นักอ่าน' อย่างถาวร โดยไม่ต้องฝืนใจ

หลายคนบอกว่า 'อยากอ่านหนังสือมากขึ้น' แต่สุดท้ายก็จบที่การไถโซเชียลก่อนนอนทุกคืน Ali Abdaal นักเขียน YouTuber และอดีตแพทย์ชาวอังกฤษผู้อ่านหนังสือกว่า 100 เล่มต่อปี ได้รวบรวม 10 เทคนิคที่ช่วยเปลี่ยนคุณจากคนที่ 'อยากอ่าน' ให้กลายเป็น 'นักอ่านตัวจริง' อย่างถาวร

10 สิ่งที่ต้องหยุดทำ 🚫

1

กฎหมอน (The Pillow Rule): ให้วางหนังสือหรือ Kindle ไว้บนโต๊ะข้างเตียงเสมอ และชาร์จโทรศัพท์มือถือไว้นอกห้องนอน วิธีนี้จะช่วยกำจัดพฤติกรรมการไถโซเชียลก่อนนอน และบีบให้การอ่านหนังสือเป็นทางเลือกเดียวเมื่อคุณอยู่บนเตียง

2

ออกแบบสภาพแวดล้อมหน้าจอมือถือ (Digital Environment Design): ย้ายแอปโซเชียลมีเดียออกจากหน้าจอหลัก แล้ววางแอป Kindle หรือวิดเจ็ตการอ่านไว้ในจุดที่นิ้วโป้งกดบ่อยที่สุดแทน เพื่อเปลี่ยนความจำกล้ามเนื้อ (Muscle memory) จากการเปิดแอปเพื่อไถฟีด เป็นการเปิดแอปเพื่ออ่านหนังสือแทนเมื่อมีเวลาว่างสั้นๆ

3

กฎการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (The Multitasking Rule): ใช้เวลาในช่วงที่มือไม่ว่างแต่งานนั้นไม่ต้องใช้ความคิด เช่น ล้างจาน เดินทาง หรือทำงานบ้าน ในการฟัง Audiobook การฟังที่ความเร็ว 1.5x ถึง 2.5x จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือจบได้มากขึ้นจากเวลาที่เคยเสียไปเปล่าๆ

4

อย่าเป็นนักอ่านที่รักเดียวใจเดียว (Don't be a Monogamous Reader): ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือทีละเล่มให้จบก่อนเริ่มเล่มใหม่ คุณควรอ่านหนังสือหลายเล่มขนานกันไปตามระดับพลังงานและอารมณ์ในขณะนั้น เช่น อ่านหนังสือแนวพัฒนาตัวเองตอนกลางวัน และอ่านแนวสมาธิหรือจิตวิญญาณก่อนนอนเพื่อให้หลับง่ายขึ้น

5

อนุญาตให้ตัวเองเลิกอ่าน (Permission to Abandon): หากอ่านเล่มไหนแล้วรู้สึกไม่สนุกหรือเข้าไม่ถึง ให้ปิดเล่มนั้นทิ้งไปได้เลยโดยไม่ต้องรู้สึกผิด อย่ามองว่าการอ่านคือการทำงานที่ต้องฝืนทำจนจบ เพราะชีวิตสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาให้กับหนังสือที่คุณไม่ชอบ

6

อ่านสิ่งที่รักจนกว่าจะรักการอ่าน (Read what you love until you love to read): เริ่มต้นจากการอ่านสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกและอยากติดตามต่อ เช่น นิยายสืบสวน นิยายรัก หรือเรื่องประหลาดๆ แทนที่จะฝืนอ่านหนังสือคลาสสิกหรือหนังสือวิชาการที่อ่านยาก เมื่อคุณฝึกทักษะการโฟกัสจากการอ่านสิ่งที่ชอบได้แล้ว คุณจะสามารถขยับไปอ่านหนังสือที่ยากขึ้นได้เองในภายหลัง

7

ทำให้การอ่านเป็นเกม (Gamify the process): ใช้เครื่องมืออย่าง Goodreads เพื่อบันทึกรายชื่อหนังสือที่อ่าน ติดตามสถิติ และให้คะแนนหนังสือที่อ่านจบ ความรู้สึกที่ได้เห็นตัวเลขจำนวนเล่มเพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คุณอยากอ่านต่อเหมือนกับการเล่นเกม

8

อ่านหรือฟังให้เร็วขึ้น (Read or Listen Faster): การฟัง Audiobook หรือการฝึกอ่านเร็วโดยลดการออกเสียงในใจ (Sub-vocalization) จะช่วยให้คุณผ่านช่วงที่น่าเบื่อของหนังสือไปได้ไวขึ้น Ali ย้ำว่าไม่มีความพิเศษใดๆ ในการอ่านช้าหรือเร็ว มันเป็นเพียงความชอบส่วนบุคคลที่ช่วยให้เราได้รับข้อมูลมากขึ้นในเวลาที่เท่ากัน

9

กฎการซื้อทันที (The Impulse Buy Rule): หากมีคนแนะนำหนังสือดีๆ ให้ตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก เพราะผลตอบแทนจากการได้รับไอเดียที่เปลี่ยนชีวิตเพียงไอเดียเดียวจากหนังสือเล่มนั้น มีมูลค่ามหาศาลกว่าราคาหนังสือมาก

10

การเปลี่ยนตัวตน (Identity Shift): เลิกบอกว่า 'ฉันกำลังพยายามอ่านหนังสือ' แต่ให้บอกกับตัวเองว่า 'ฉันเป็นนักอ่าน' เมื่อตัวตนของคุณเปลี่ยน พฤติกรรมจะเปลี่ยนตาม เมื่อคุณมีเวลาว่างเพียงเล็กน้อย คุณจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแทนการหยิบมือถือมาไถโซเชียลโดยอัตโนมัติ

Ali Abdaal ปิดท้ายไว้ว่า การเป็นนักอ่านไม่ได้ต้องการ 'ความตั้งใจ' มากเท่าไหร่ แต่ต้องการ 'สภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง' และ 'ตัวตนที่ถูกต้อง' เมื่อคุณออกแบบชีวิตให้การอ่านเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด คุณจะอ่านมากขึ้นโดยไม่ต้องฝืนใจเลย

ต่อจากบทความนี้ คุณอาจลอง…

  • เลือก 1 นิสัยจากรายการนี้ที่คุณเห็นตัวเองในนั้น แล้วตั้งเป้าเปลี่ยนใน 30 วัน
  • ออกแบบระบบพลังงานชีวิตที่ช่วยให้คุณลงมือได้จริง ไม่ใช่แค่รู้แต่ไม่ทำ
  • ลองดูแบบฝึกหัดใน Life Energy System เพื่อสร้างระบบชีวิตที่เดินได้โดยไม่ต้องฝืน